EMBAJADA REAL DE TAILANDIA  
line decor
  HOME  ::  
line decor
   
 
HOW TO EXPORT GOODS TO MEXICO
 

มาตรการกีดกันทางการค้าที่มิใช่ภาษีของเม็กซิโก
บทนำ
                                ตลาดเม็กซิโกถือเป็นตลาดใหม่สำหรับประเทศไทย ในช่วงม.ค. – พ.ย. 50 ที่ผ่านมาการขยายตัวการส่งออกของไทยมายังตลาดเม็กซิโกสูงขึ้น 40% จากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามประเทศเม็กซิโกนับว่าเป็นประเทศที่มีมาตรการกีดกันการนำเข้าที่มิใช่ภาษีที่ค่อนข้างมาก ก่อให้เกิดความยุ่งยากแก่ผู้ส่งออกและผู้นำเข้า
ที่ผ่านมาสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงเม็กซิโกได้รับเรื่องร้องเรียนเป็นระยะจากผู้นำเข้าเม็กซิโกและผู้ส่งออกไทยในกรณีที่สินค้าส่งไปถึงท่าเรือเม็กซิโกแล้วไม่สามารถผ่านพิธีการศุลกากรในหลายกรณี อาทิ เอกสารไม่ครบถ้วน ไม่มีเอกสารสำคัญประกอบการนำเข้า ข้อมูลในเอกสารไม่ถูกต้องตรงตามประเภทสินค้า สาเหตุต่างๆ เหล่านี้ทำให้ผู้นำเข้าต้องจ่ายค่าโกดังสินค้าเพิ่มเติม และบางครั้งต้องส่งสินค้ากลับไปยังประเทศไทย ซึ่งเป็นผลเสียหายต่อผู้ส่งออกไทย และเป็นผลในด้านลบต่อผู้นำเข้าไม่กล้าจะนำเข้าสินค้าจากประเทศไทยอีก แนวทางที่จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อน และแก้ไขปัญหาที่น่าจะทำได้ดีที่สุดคือการให้ความรู้แก่ผู้ส่งออกให้มีความเข้าใจในระบบและระเบียบการนำเข้าของเม็กซิโกในเบื้องต้น และคอยเฝ้าติดตามการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบของเม็กซิโก โดยสอบถามจากผู้นำเข้า และสามารถสอบถามจากสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงเม็กซิโกที่จะช่วยแนะนำได้อีกทางหนึ่ง
ในการนี้ สำนักงานฯ ขอรายงานการใช้มาตรการที่มิใช่ภาษีของประเทศเม็กซิโกซึ่งสามารถแยกได้เป็น 12 มาตรการมาเพื่อทราบ ได้แก่

  1. มาตรการการจดทะเบียนผู้นำเข้าสินค้า (Padron de Importadores)
  2. มาตรการด้านมาตรฐานสินค้า
  3. มาตรการด้านสุขอนามัย
  4. มาตรการแหล่งกำเนิดสินค้า
  5. มาตรการสินค้าห้ามนำเข้า
  6. มาตรการสินค้าควบคุม
  7. มาตรการโควต้านำเข้า
  8. มาตรการด้านเอกสารการนำเข้า
  9. มาตรการราคาประเมินสินค้าขั้นต่ำ
  10. มาตรการการนำเข้าตัวอย่างสินค้า
  11. มาตรการป้ายสลากสินค้า
  12. มาตรการขั้นตอนการผ่านพิธีการศุลกากร

1. มาตรการการจดทะเบียนผู้นำเข้าสินค้า (Padron de Importadores)
วัตถุประสงค์ในการมีมาตรการ ทางการเม็กซิโกโดยกระทรวงการคลังต้องการสร้างระเบียบนี้ขึ้นเพื่อการเก็บรวบรวมข้อมูลทางภาษี 
ผลกระทบจากมาตรการ ในการนำเข้าสินค้ามายังประเทศเม็กซิโก ผู้นำเข้าในเม็กซิโกต้องมีใบอนุญาตให้นำเข้าสินค้าในบางประเภทที่ทางการเม็กซิโกกำหนดจึงจะสามารถเป็นผู้นำเข้าสินค้านั้นๆ ได้ เรียกว่า Padron de Importadores (การจดทะเบียนเป็นผู้นำเข้า) ซึ่งนับเป็นการจำกัดจำนวนผู้นำเข้าในเม็กซิโก อันเป็นเงื่อนไขทำให้การนำเข้าไม่ได้รับความสะดวก
แนวทางการปฏิบัติ เม็กซิโกกำหนดให้ผู้นำเข้าสินค้าจำนวน 36 ชนิดครอบคลุมสินค้าตาม H.S. code กว่า 400 รายการต้องขึ้นทะเบียนเป็นผู้นำเข้าสินค้าดังกล่าว ได้แก่

  1. Meat and Pig remains
  2. Beef and eatable remains and eggs of Birds
  3. Fruit
  4. Beer
  5. Wine and Liquorish
  6. Cigarettes
  7. Chemical Products
  8. Products for cleaning house
  9. Rubber
  10. Pencil
  11. Wood
  12. Diapers
  13. Textile
  14. Accessories for the garment industry, suitcase, shoe and others
  15. shoes
  16. steel
  17. Tools
  18. Locks, Padlocks
  19. Electronics
  20. Automotive Industry
  21. Bicycles
  22. Toys
  23. Lightings
  24. Animals Meat and Eatable remains of Bovine
  25. Meat and Bovine remains
  26. Scholar and Office Articles
  27. Paper and Cartoon
  28. Coffee
  29. Potato
  30. Petroleum oil and bituminous minerals
  31. Cement
  32. Motorcycles
  33. Dairy products
  34. Alcohol, denaturalized alcohol, and in crystallize honeys
  35. Radioactive and Nuclear
  36. Chemistry precursor and essential chemists

 
2. มาตรการด้านมาตรฐานสินค้า
วัตถุประสงค์ในการมีมาตรการ เพื่อปกป้องคุ้มครองผู้บริโภคภายในประเทศ ทางการเม็กซิโกจึงกำหนดให้หน่วยงานกำกับมาตรฐานสินค้า (General Bureau of Standards) ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับของกระทรวงเศรษฐกิจมีหน้าที่จัดระบบและรวบรวมมาตรฐานสินค้าที่ออกโดยหน่วยงานต่างๆ ของรัฐทั้งมาตรฐานสินค้าภาคบังคับ และมาตรฐานสินค้าแบบสมัครใจ กล่าวคือ
1.) มาตรฐานภาคบังคับ (Mexican Official Standards : NOMs) ปัจจุบันมีอยู่ราว 700 มาตรฐาน ออกมาโดยหน่วยงานต่างๆ ของเม็กซิโก ได้แก่ หน่วยงาน SAGARPA(กระทรวงการเกษตร), STPS (กระทรวงแรงงาน), SCT (กระทรวงการสื่อสารและคมนาคม), SECTUR (กระทรวงการท่องเที่ยว), SEDESOL (กระทรวงพัฒนาสังคม), SEMARNAT (กระทรวงสิ่งแวดล้อม) และ SENER (กระทรวงพลังงาน) โดยครอบคลุมมาตรฐานคุณภาพตัวสินค้าและมาตรฐานป้ายสลากสินค้า (Labeling & Marking)
2.) มาตรฐานแบบสมัครใจ (Mexican Voluntary Standards: NMX) มีอยู่ราว 6,000 มาตรฐาน โดยมีสถาบันเอกชนอิสระเป็นผู้วางกรอบมาตรฐานโดยสมัครใจ (NMX) ดังกล่าว สถาบันเหล่านี้ได้รับการรับรองจากทางราชการ ได้แก่ สถาบัน ANCE สำหรับสินค้าอีเล็กทรอนิกส์, สถาบัน IMNC สำหรับระบบคุณภาพ, สถาบัน INNTEX สำหรับสินค้าผ้าผืน, สถาบัน ONNCCE สำหรับสินค้าวัสดุก่อสร้าง, สถาบัน NORMEX สำหรับสินค้าอาหารและระบบการผลิตอาหาร และสถาบัน NYCE สำหรับสินค้าอีเล็กทรอนิกส์  
ผลกระทบจากมาตรการ
เม็กซิโกกำหนดให้มีมาตรการมาตรฐานสินค้าเป็นข้อจำกัดในการนำเข้า โดยกำหนดให้สินค้านำเข้าต้องมีการตรวจสอบและการรับรองมาตรฐานสินค้าทั้งสินค้าเกษตรและสินค้าอุตสาหกรรมให้ได้ตามมาตรฐาน NOMs ของเม็กซิโกก่อนจึงจะอนุญาตให้นำเข้าได้ การรับรองตามมาตรฐาน NOM อาทิ สินค้าการเกษตรมักจะกำหนดเป็นเงื่อนไขให้หน่วยงานราชการของประเทศผู้ส่งออกเป็นผู้ให้การรับรอง อาทิ อาหารสด อาหารกระป๋อง และสำหรับสินค้าอุตสาหกรรมจะให้รับรองโดยห้องทดสอบในประเทศเม็กซิโก อาทิ สินค้าของเล่น และเครื่องใช้ไฟฟ้าโดยผู้ส่งออกต้องส่งตัวอย่างสินค้าไปให้ห้องทดสอบ (Lab) ในเม็กซิโกตรวจสอบมาตรฐานสินค้าก่อน หากผ่านมาตรฐาน NOMs จึงจะนำเข้าได้ อันก่อให้เกิดค่าใช้จ่ายและความล่าช้าในการขออนุญาตนำเข้า 
แนวทางปฏิบัติ
สินค้าเกษตร ภายใต้มาตรฐาน NOMs ในสินค้าผลผลิตการเกษตรแต่ละประเภทจะมีข้อกำหนดมาตรฐานแตกต่างกัน อาทิ

  1. สินค้าเมล็ดพืช เช่น ข้าว ตามมาตรฐาน NOMs กำหนดให้มีการรมควัน 2 ครั้งทั้งก่อนและหลังการบรรจุถุงโดยหน่วยงานราชการทางการเกษตรของประเทศผู้ส่งออกจะต้องรับรองในเอกสาร Phytosanitary Certificate
  2. สินค้าอาหารกระป๋อง อาทิ ปลากระป๋องจะต้องมีเอกสารด้านสุขอนามัย Certificate of Fruit, Food, Vegetable Quarantine และ Sanitary Certificate ออกโดยหน่วยงานราชการของประเทศผู้ส่งออกมาแสดง
  3. ป้ายสลากสินค้าต้องมีรายละเอียดเป็นไปตามมาตรฐาน NOMs อาทิ เขียนเป็นภาษา สเปน กำหนดวันที่ผลิตและวันหมดอายุ ชื่อและที่อยู่ผู้นำเข้า ฯลฯ

(รายละเอียดจะกล่าวในหัวข้อถัดไป)
สินค้าอุตสาหกรรม ผู้นำเข้าต้องนำเข้าตัวอย่างสินค้าที่ต้องการมาตรฐาน NOM เข้ามาทดสอบในห้อง Lab ของเม็กซิโกเท่านั้น โดยต้องเป็น Lab ที่ได้รับการรับรองจากเม็กซิโก เมื่อผ่านการทดสอบแล้ว จึงนำเอกสารการทดสอบไปให้หน่วยงานอิสระที่ทางการเม็กซิโกรับรอง ได้แก่ ANCE หรือ NYCE ให้การรับรองเอกสาร (legalize) นั้นๆ และเรียกเอกสารนี้ว่า NOM Certificate ผู้นำเข้าจะนำเอกสารนี้ไปแสดงต่อศุลกากรเพื่อผ่านพิธีการนำเข้าสินค้าต่อไป

3. มาตรการด้านสุขอนามัย
วัตถุประสงค์ในการมีมาตรการ เพื่อเป็นการควบคุมการนำเข้าและส่งออกสินค้าที่มีผลต่อสุขภาพและความปลอดภัยของผู้บริโภค อาทิ ยารักษาโรค อาหารและเครื่องดื่ม น้ำหอม เครื่องสำอาง ยาฆ่าแมลงอาหารเสริม และวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตสินค้าตามที่กล่าวมา ทางการเม็กซิโกโดยกระทรวงสาธารณสุขจึงกำหนดให้การนำเข้าสินค้าเหล่านี้ต้องมีการขออนุญาตนำเข้าจากกระทรวงสาธารณสุขเม็กซิโกก่อน
ผลกระทบจากมาตรการ
เม็กซิโกกำหนดให้ผู้นำเข้าสินค้าบางประเภท ได้แก่ สินค้าอาหารบางประเภท อาทิ อาหารกระป๋อง ยา และเครื่องสำอาง จะต้องจัดส่งเอกสารต่างๆ ให้ทางการเม็กซิโกประกอบการพิจารณาอนุญาตนำเข้าก่อน โดยทางการเม็กซิโกจะขอเอกสาร Free Sale Certificate, Certificate of Fruit, Food, Vegetable Quarantine, Sanitary Certificate ออกโดยกระทรวงสาธารณสุข หรือเอกสาร Phytosanitary Certificate ออกโดยกระทรวงเกษตรของประเทศผู้ส่งออก ซึ่งในบางครั้งผู้ส่งออกไม่เข้าใจและจัดส่งเอกสารที่ตรวจสอบรับรองเองโดยห้อง Lab เอกชนแทนของหน่วยงานราชการ ทำให้ไม่สามารถผ่านพิธีการศุลกากรของเม็กซิโกได้ ซึ่งมาตรการนี้ส่งผลเป็นภาระยุ่งยากแก่ผู้ส่งออกในการจัดเตรียมเอกสารต่างๆ
อนึ่ง  ปัจจุบันเม็กซิโกยังไม่อนุญาตให้นำเข้าพืชผักสด ผลไม้สด และไม้ตัดดอกจากประเทศไทย โดยกระทรวงเกษตรเม็กซิโกอ้างว่าเพื่อป้องกันการระบาดของโรคพืชและแมลงพืชที่อาจจะติดปะปนไปกับพืชผักและผลไม้ที่นำเข้า ทั้งนี้ตามระเบียบกำหนดให้ผู้ที่ประสงค์จะนำเข้าสินค้าดังกล่าวต้องแสดงเอกสารต่างๆ ที่มีข้อมูลบ่งบอกเกี่ยวกับแหล่งผลิต การเพาะปลูก การควบคุมโรคและแมลงพืช การตรวจสอบของหน่วยงานในแหล่งกำเนิดสินค้าก่อนการส่งออก เพื่อให้กระทรวงเกษตรเม็กซิโกพิจารณาและวิเคราะห์ความเสี่ยง (Risk Analysis) ก่อนที่จะอนุญาตให้นำเข้ามาได้ อย่างไรก็ตามทางการเม็กซิโกได้อนุญาตให้สามารถนำเข้าสินค้าผลไม้อบแห้งจากไทยได้ อาทิ มะม่วงอบแห้ง มะละกออบแห้ง และสับปะรดอบแห้ง โดยผู้นำเข้าต้องนำเอกสาร Phytosanitary Certificate ออกโดยกระทรวงเกษตรไทยมาแสดง และจะไม่ยอมรับเอกสารการรับรองของห้อง Lab เอกชน
แนวทางปฏิบัติ ผู้นำเข้าจะต้องนำเอกสารต่างๆ มาแสดงต่อกระทรวงสาธารณสุขของเม็กซิโกเพื่อขอ Previous Import Sanitary Permit ไปประกอบในการผ่านพิธีการนำเข้าสินค้า เอกสารที่นำไปแสดงต่อกระทรวงสาธารณสุขเม็กซิโก ได้แก่

  1. เอกสาร Sanitary Certificate หรือ Free Sale Certificate ออกโดยหน่วยงานราชการของประเทศผู้ส่งออก
  2. ตัวอย่างป้ายสลากสินค้าที่จะวางจำหน่ายในประเทศเม็กซิโก
  3. ถ้าเป็นอาหารประเภทปลาทะเลแช่เย็นแช่แข็งต้องมีเอกสาร Analysis of Vibrio Cholerae ซึ่งได้แก่ Certificate of Fruit, Food, Vegetablr Quarantine (Pink Form)
  4. ถ้าเป็นอาหารประเภทน้ำมันปรุงอาหารต้องมีเอกสาร Analysis of Peroxid rate
  5. ถ้าเป็นผลิตภัณฑ์ประมงจากสัตว์น้ำที่มีเปลือกทั้งมีชีวิต แช่แข็ง และผลิตภัณฑ์อื่นๆ ต้องมีเอกสารจากกรมประมงของประเทศผู้ส่งออก กล่าวคือ
    1. สัตว์น้ำมีชีวิต ต้องมีเอกสารใบแหล่งรับรองถิ่นกำเนิดของสุขอนามัยสัตว์น้ำ (Certificate of Origin of Aquarcultture Sanitary) และใบรับรองกลุ่มพันธุ์สัตว์น้ำ (Certificate of Lot)
    2. สัตว์น้ำมีเปลือกแช่แข็ง ต้องมีใบรับรองแหล่งกำเนิดของสุขอนามัยสัตว์น้ำ (Certificate of Origin of Aquarcultture Sanitary) และใบรับรองการปฏิบัติด้านสุขอนามัยที่ถูกต้อง (Certificate of Good Hygiene Practice)

4. มาตรการแหล่งกำเนิดสินค้า
วัตถุประสงค์ในการมีมาตรการ เพื่อปฏิบัติตามพันธะกรณีในความตกลงการค้าเสรีที่ให้มีการลดหย่อนภาษีหรือยกเว้นภาษีนำเข้าจากประเทศที่มีข้อตกลงการค้าเสรี อาทิ NAFTA หรือกับ EU และเพื่อป้องกันการปลอมปนของสินค้าจากประเทศที่ถูกเรียกเก็บภาษีทุ่มตลาด Compensatory Quotas
ผลกระทบจากมาตรการ สำหรับประเทศไทยได้รับผลกระทบจากมาตรการนี้ ในกรณีที่เม็กซิโกต้องการป้องกันการปลอมปนของสินค้าจากประเทศที่ถูกเม็กซิโกเรียกเก็บภาษีทุ่มตลาด AD โดยเฉพาะจากจีน จึงกำหนดให้ประเทศไทยต้องออกเอกสารรับรองแหล่งกำเนิดสินค้าฉบับพิเศษ (Anexo III) มาแสดงต่อศุลกากรเม็กซิโก ซึ่งสร้างปัญหายุ่งยากสำหรับผู้นำเข้า เนื่องจากพบว่า มีหลายครั้งที่การตีความพิกัด H.S. code ระหว่างฝ่ายไทยกับฝ่ายเม็กซิโกไม่ตรงกันในการกรอกแบบฟอร์มแหล่งกำเนิดสินค้า, การตรวจสอบไม่พบลายมือชื่อผู้มีอำนาจลงนามในเอกสาร Anexo III ที่แจ้งไว้กับทางการเม็กซิโก, การส่งสินค้าจากไทยแต่ผ่านประเทศที่สาม ทำให้บ่อยครั้งสินค้าต้องติดค้างอยู่ที่ด่านศุลกากร อันเป็นภาระแก่ผู้นำเข้าต่อเสียค่าโกดังสินค้า จนทำให้ผู้นำเข้าเกิดความเบื่อหน่ายต่อการนำเข้าสินค้าจากประเทศไทย
แนวทางปฏิบัติ เม็กซิโกกำหนดให้ประเทศรวม 15 ประเทศที่มีความเสี่ยงว่าจะมีการปลอมปนสินค้ามาจากประเทศจีนซึ่งเม็กซิโกกำลังเรียกเก็บภาษี ADได้แก่ บังคลาเทศ ไซปรัส เกาหลีใต้ ฟิลิปปินส์ ฮ่องกง อินเดีย อินโดนีเซีย มาเก๊า มาเลเซีย ปากีสถาน สิงคโปร์ ศรีลังกา และรวมถึงประเทศไทย ต้องออกเอกสารแหล่งกำเนิดสินค้าตามแบบฟอร์มพิเศษที่ทางการเม็กซิโกกำหนดเท่านั้น เรียกเอกสารนี้ว่า ANEXO III ซึ่งแตกต่างจากเอกสารรับรองแหล่งกำเนิดสินค้าทั่วไป โดยใช้เฉพาะสินค้าจำพวกสิ่งทอ เสื้อผ้าสำเร็จรูป เคหะสิ่งทอและรองเท้าที่ส่งไปยังประเทศเม็กซิโก

5. มาตรการสินค้าห้ามนำเข้า
วัตถุประสงค์ในการมีมาตรการ เพื่อความปลอดภัย, ความมั่นคง, การรักษาสภาวะแวดล้อม และการรักษาด้านสุขอนามัย เม็กซิโกจึงได้กำหนดให้สินค้าบางประเภทเป็นสินค้าห้ามนำเข้ามาในประเทศตน
ผลกระทบจากมาตรการ สินค้าที่ผิดกฎหมายและก่อให้เกิดผลเสียต่อสภาพแวดล้อมไม่สามารถส่งเข้ามายังประเทศเม็กซิโกได้ ซึ่งผู้ส่งออกควรรับทราบก่อนจะตกลงทำการค้ากับผู้นำเข้าเม็กซิโก
แนวทางปฏิบัติ สินค้าที่อยู่ในข่ายห้ามนำเข้ามายังประเทศเม็กซิโก ได้แก่

  1. ปลา Totoaba ทั้งสด แช่เย็น หรือแช่แข็งที่หายากหรือที่ใกล้จะสูญพันธุ์
  2. ปลามีชีวิตที่ดุร้าย
  3. ไข่เต่าทะเล
  4. ผงและเมล็ดฝิ่น
  5. เมล็ดและสปอร์ของต้นกัญชา
  6. แสตมป์และสติกเกอร์ที่มีผลเสียกับเด็กเยาวชน
  7. แร่ Thallium Sulfate
  8. ยาฆ่าแลงที่มีสาร Isodrin, Aldrin, Heptachlor, Dioxin, , Endrin, Mendrin, Nendrin, Hexadrin, Leptophoes, DDT)
  9. ยาที่ทำมาจากกัญชา
  10. ยาที่ทำมาจาก Morphine
  11. สินค้าที่เป็นโบราณวัตถุ

 

6. มาตรการสินค้าควบคุม
วัตถุประสงค์ในการมีมาตรการ เพื่อควบคุมสินค้าที่เป็น Sensitive Products, เสริมสร้างด้านความมั่นคงของประเทศ, เพื่อความปลอดภัยด้านสุขอนามัย และปกป้องอุตสาหกรรมภายในประเทศ จึงมีการควบคุมการนำเข้าและการส่งออกในสินค้าบางประเภท ได้แก่ สินค้าที่ใช้แล้ว สินค้าของเสีย สินค้าที่จะมีผลกระทบต่อตลาดภายในประเทศเม็กซิโก และสินค้าที่นำเข้ามาเป็นการชั่วคราวเพื่อรอการส่งออก
ผลกระทบจากมาตรการ ทำให้การนำเข้าสินค้าเป็นไปด้วยความยุ่งยาก มีขั้นตอนมากส่งผลต่อการชะลอการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ
แนวทางปฏิบัติ
1.) เม็กซิโกกำหนดให้มีสินค้าควบคุมทั้งในด้านการนำเข้าและส่งออกรวม 168 ชนิดสินค้าคลอบคลุมหมวดสำคัญๆ ได้แก่

  1. สินค้าควบคุมการนำเข้า
    1. ปิโตรเคมี
    2. เครื่องยนต์
    3. รถยนต์
    4. อาวุธปืน
    5. เครื่องยนต์ใช้แล้ว
    6. เสื้อผ้าใช้แล้ว
    7. ชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ใช้แล้ว
  2. สินค้าควบคุมการส่งออก 
    1. สัตว์มีชีวิต
    2. เหรียญกษาปณ์ และทองคำ
    3. แป้งข้าวโพด
    4. ไม้

2.) การนำเข้าและส่งออกสินค้าควบคุมเหล่านี้จะต้องขออนุญาตจากกระทรวงเศษรฐกิจเม็กซิโกก่อน โดยผู้นำเข้าเม็กซิกันต้องกรอกแบบฟอร์มแสดงปริมาณนำเข้า และรอผลจนกว่าจะได้ Permit จากกระทรวงเศรษฐกิจจึงจะนำเข้าหรือส่งออกสินค้านั้นๆ ได้ โดยในการอนุญาตทางการเม็กซิโกจะออกเอกสารอย่างหนึ่งเรียกเอกสารนี้ว่า Previous Permits (Permisos Previos) ให้ผู้นำเข้านำไปแสดงในการผ่านพิธีการศุลกากร

7. มาตรการโควต้านำเข้า
วัตถุประสงค์ในการมีมาตรการ เพื่อให้มีผลผลิตการเกษตรและอุตสาหกรรมเพียงพอต่อการบริโภคและการใช้ภายในประเทศในช่วงที่ผลผลิตภายในประเทศขาดแคลน ทางการเม็กซิโกจึงกำหนดเป็นโควต้านำเข้าสินค้าแบบปีต่อปีสำหรับสินค้าอ่อนไหว ซึ่งสินค้าที่นำเข้าภายใต้โควต้านำเข้าจะได้รับสิทธิพิเศษเสียภาษีนำเข้าในอัตราที่ต่ำกว่าปกติ (MFN) นอกจากนี้ยังใช้มาตรการโควต้านำเข้านี้กับสินค้านำเข้าจากประเทศที่มีข้อตกลงการค้าเสรีกับเม็กซิโกอย่าง NAFTA และ EU อีกด้วย
 ผลกระทบจากมาตรการ ก่อให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบระหว่างการนำเข้าภายใต้โควต้านำเข้า และสินค้านอกโควต้านำเข้าที่ต้องชำระภาษีนำเข้าต่างกัน และนับเป็นการจำกัดการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ โดยส่วนใหญ่สินค้าที่ได้รับผลกระทบเป็นสินค้าการเกษตร ได้แก่ นมผง น้ำตาล ข้าวโพด รถยนต์บางประเภท เหล็ก เนย รองเท้า ผลไม้บางประเภท และเสื้อผ้า เป็นต้น
แนวทางปฏิบัติ ระบบโควต้านำเข้า (CUPO) ใช้เพื่อทดแทนระบบ Import License โดยเป็นการนำเข้าสินค้ามาเสริมกับปริมาณสินค้าที่ผลิตได้เองภายในประเทศที่ในบางครั้งเกิดขาดแคลนหรือเป็นไปตามพันธะกรณีที่มีข้อตกลงการค้าเสรี ทั้งนี้ผู้นำเข้าจะสามารถนำเข้าสินค้าที่อยู่ในรายการสินค้าโควต้านำเข้าได้ต้องยื่นคำขออนุญาตต่อหน่วยงาน General Bureau of Foreign Trade Services ในสังกัดของกระทรวงเศรษฐกิจของเม็กซิโก สินค้าเหล่านี้ ได้แก่ นมผง น้ำตาล ข้าวโพด รถยนต์บางประเภท เหล็ก เนย รองเท้า ผลไม้บางชนิด และเสื้อผ้า วิธีการพิจารณาอนุญาตจัดสรรโควต้านำเข้าจะใช้ระบบการยื่นประมูล หรือจัดสรรโดยดูจากประวัติการค้า หรือโดยระบบ First come, first serve โดยเมื่อผู้นำเข้าได้รับเอกสาร CUPO Certificate แล้ว ก็สามารถนำเอกสารดังกล่าวไปแสดงในการผ่านพิธีการศุลกากรต่อไป
อนึ่งสินค้าภายใต้โควต้านำเข้ามีราว 129 รายการสินค้า ส่วนใหญ่เป็นสินค้าภายใต้ข้อตกลงการค้าเสรี อาทิ NAFTA, สหภาพยุโรป, ความตกลง WTO และความตกลงกับประเทศอื่นๆ 

8. มาตรการด้านเอกสารการนำเข้า
วัตถุประสงค์ในการมีมาตรการ เพื่อให้ได้ข้อมูลอย่างถูกต้อง ศุลกากรเม็กซิโกกำหนดให้มีเอกสารและรายละเอียดเอกสารประกอบการนำเข้า ดังนี้

  1. Commercial Invoice ต้องจัดทำเป็นภาษาสเปน โดยต้องระบุข้อมูล, สถานที่วันที่ออกเอกสาร, ชื่อและที่อยู่โดยสมบูรณ์ของผู้ซื้อหรือผู้นำเข้าในประเทศเม็กซิโก และชื่อและที่อยู่ของผู้ส่งออก ข้อมูลสินค้าโดยละเอียดทั้งยี่ห้อ รุ่น น้ำหนัก มูลค่าต่อหน่วย มูลค่ารวม ของแต่ละสินค้าในใบ Invoice (ทั้งนี้ Custom Broker ในเม็กซิโกจะสามารถช่วยแปลเอกสารจากอังกฤษเป็น สเปนได้)
  2. Packing List เพื่อแจ้งข้อมูลจำนวนสินค้าว่ามีกี่กล่อง ต้องระบุ จำนวนของ Packages น้ำหนักสุทธิ และน้ำหนักรวม โดยใช้มาตราเมตริก
  3. Bill of Lading สำหรับการขนส่งทางเรือ และ Airway Bill สำหรับการขนส่งทางอากาศ ซึ่งออกให้โดยบริษัทผู้ขนส่ง
  4. Certificate of Origin
  5. เอกสารอื่นๆ อาทิ Phytosantitary Certificate, Free Sale Certificate, Certificate of Food and Vegetable Quarantine (Pink form) …….ฯลฯ

ผลกระทบจากมาตรการ ทำให้ผู้ส่งออกต้องระมัดระวังในการจัดทำเอกสารและกรอกเอกสารส่งออกไปยังเม็กซิโกให้ครบถ้วน บ่อยครั้งที่การกรอกข้อมูลใน Invoice ไม่ถูกต้องครบถ้วน อาทิ ไม่มีที่อยู่ของผู้ส่งออก ไม่มีหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของผู้ส่งออก ส่งผลให้สินค้าติดค้างที่ด่านศุลกากร ต้องทำการแก้ไขข้อมูลโดยส่งกลับมาแก้ไขจากประเทศผู้ส่งออก หรือต้องออกเอกสารฉบับใหม่ ก่อให้เกิดความล่าช้าในการผ่านพิธีการศุลกากร นอกจากนี้ในการขอเอกสารต่างๆ เหล่านี้ก็สร้างปัญหาให้แก่ผู้นำเข้าเม็กซิโกในการอธิบายทำความเข้าใจกับผู้ส่งออกในประเทศต่างๆ ให้เข้าใจได้ถึงข้อกำหนดของทางการเม็กซิโก จนก่อให้เกิดความเบื่อหน่ายทั้งต่อผู้นำเข้าและผู้ส่งออกในที่สุด
แนวทางปฏิบัติ

การกรอกCommercial Invoice ผู้ส่งออกต้องใส่ข้อมูลให้ถูกต้องครบถ้วน ประกอบด้วย:-

1.) SUPPLIER’S NAME AND ADDRESS:
- Name of Exporter
- complete address including: street, number, province, country, telephone number, fax number
- Tax ID
2.) IMPORTER’s NAME AND ADDRESS:
- Name of Importer
- complete address including: street, number, province, country, telephone number, fax number
- Tax ID
3.) PURCHASING ORDER  NUMBER (Booking PO)
4.) INVOICE NUMBER:
5.) INVOICE DATE:
6.) COUNTRY OF ORIGIN:
7.) SHIPMENT TERMS (Port of entry, country, incoterm, payment term LC or WT):
8.) MODEL/ supplier STOCK/ ITEM NUMBER:
9.) DETAILED DESCRIPTION OF THE MERCHANDISE (It must match perfectly with the Certificate of Origin description and also that declared description must be in accordance with the HS code)
10.) TOTAL UNIT (please describe if the products are pieces or sets):
11.) TOTAL QTY:
12.) TOTAL USD AMOUNT:

  1. ตัวอย่าง Commercial Invoice:

Exporter Information:
- BANGKOK Inc. International, 1771 New Petchburi Rd., Bangkok 10320, Thailand,
Tax No. 1785461389
Importer Information:
- SedaSilk Mexico, Río Panuco 5321, Jardines de San Manuel, Puebla, Pue. Mexico, 72570, Tel. 52 222 2592030 RFC GOMJ6610089H2
Note:
- If the merchandise is physically identified or marked with serial numbers by the supplier please provide the list of the serial number for every product, or the sequence of the serial number From:……..To:…….on the invoice or the packing list.
- If the merchandise has a LOT IDENTIFICATION please provide the list of lots numbers on the invoice or in a separate sheet.

การกรอกเอกสาร Packing List ผู้ส่งออกต้องใส่ข้อมูลให้ถูกต้องครบถ้วน ประกอบด้วย:-

1.) SUPPLIER’S NAME AND ADDRESS: (compelete address including: street, number, province, country, telephone number, fax number and tax ID “No PO box number is allowed”) (this information is optional but if you put the information on the document it must match perfectly with the information declared on all of the documents)
2.) PO NUMBER: (Booking PO)
3.) INVOICE NUMBER:
4.) INVOICE DATE:
5.) TOTAL PIECE OR SETS:
6.) MODEL/ supplier STOCK/ ITEM NUMBER:
7.) MERCHANDISE DETAILED DESCRIPTION:
8.) TOTAL UNIT:
9.) TOTAL CARTONS:
10.) NET WEIGHT:
11.) GROSS WEIGHT:
12.) QTY PER CARTON:
Note: If the merchandise is physically identified or marked with serial numbers by the supplier please provide the list of the serial number for each product, or the sequence of the Serial number From:…..To:….on the invoice or packing list. This information is very important for customs clearance purposes and must be in accordance with the merchandise that was shipped.

  1. เอกสารอื่นๆ อาทิ Phytosantitary Certificate, Free Sale Certificate, Certificate of Food and Vegetable Quarantine (Pink form) …….ฯลฯ อนึ่งเอกสารอื่นๆ เหล่านี้ขึ้นอยู่กับมาตรฐาน NOM ที่ทางการเม็กซิโกกำหนด ผู้ส่งออกต้องสอบถามจากผู้นำเข้าให้ชัดเจนและควรเป็นลายลักษณ์อักษรว่า ในการนำเข้าสินค้านั้นๆ ผู้นำเข้าต้องการเอกสารใดบางไปประกอบในการผ่านพิธีการศุลกากร และเอกสารเหล่านั้นต้องการให้ออกโดยหน่วยงานใด เช่น โดยหน่วยงานราชการเท่านั้น หรือห้อง Lab เอกชนทั่วไปสามารถออกให้ได้ ตัวอย่างประเภทสินค้าอาหารที่ต้องมีเงื่อนไขในการนำเข้าที่ต้องการเอกสารรับรองต่างๆ มีดังต่อไปนี้

Product

H.S. code

Import Duty( CIF)

Requirement

Mixed dehydrated fruit

03134099

20%

- NOM - 051-SCFI-1994
- SAGAPA Authorization (Phytosanitary Certificate)

Condensed Milk

04029901

15%

- NOM - 051-SCFI-1994
- Health Authorization (To authorize for Human Comsumption)
- Packed for individual selling

Milk Chocolate with Nut

04049099

20%

- SAGAPA Authorization (Phytosanitary Certificate)
- Health Authorization (To authorize for Human Comsumption)

Banana chips

08030001

20%

- SAGAPA Authorization (Phytosanitary Certificate)
- Limited import Quota

White Rice Vermicelli

10063001

20%

- NOM - 051-SCFI-1994

Rice Cracker with seaweed

10063099

20%

- NOM - 051-SCFI-1994
- SAGAPA Authorization (Phytosanitary Certificate)
- Packed for individual selling

Rice Stick Biscuit

11023001

15%

- NOM - 051-SCFI-1994
- SAGAPA Authorization (Phytosanitary Certificate)

Crackers

11031999

10%

- NOM - 051-SCFI-1994
- SAGAPA Authorization (Phytosanitary Certificate)

Noodle

19021999

10%

- NOM - 051-SCFI-1994

Tapioca & Lotus seed in coconut milk

19030001

10%

- NOM - 051-SCFI-1994

Cookies

19053101

10%

NOM - 051-SCFI-1994
Note: the More sugar, the more tariff

Wuffer Coated with Vanilla

19053201

10%

NOM - 051-SCFI-1994
Note: the More sugar, the more tariff

Biscuit Stick, Coffee cake and donuts

19059099

10%

NOM - 051-SCFI-1994
Note: the More sugar, the more tariff

Canned Food

20019003

20%

NOM - 051-SCFI-1994

Peanut coated Coconut

20081199

20%

NOM - 051-SCFI-1994

Jam

20079999

20%

- NOM - 051-SCFI-1994
- Health Authorization (To authorize for Human Comsumption)
- Labeling requirement
a) merchandise description
b) Merchandise brand
c) Commercial product name
d) Conservation forms or Preparation (ex: natural, dehydrated, frozen, and salted)
e) Preservation type
f) Weight in kg per can
g) Presentation(can, bottle, box, bag or others)
h) Net content
i) Number pieces
j) Expired date
k) Declaration of sugar content expressed in KG from the total product

Fruit Juices

20098001

20%

NOM - 051-SCFI-1994

Required data of Individual Identification

a) merchandise description
b) Merchandise brand
c) Commercial product name
d) Conservation forms or Preparation (ex: natural, dehydrated, frozen, and salted)
e) Preservation type
f) Weight in kg per can
g) Presentation (can, bottle, box, bag or others)
h) Net content
i) Number pieces
j) Expired date
k) Declaration of sugar content expressed in KG from the total product

Instand Coffee and tea

21011101

140.40%

- NOM -051-SCFI-1994
- Limited import Quota
- Need sectorial import Census

Tea in Bottle (Ready to Drink)

21012010

20%

- NOM -051-SCFI-1994
- VAT 15% except in case the product is designed to the alimentary sector, or those, which do not need and transformation or additional industrialization, are ingested by humans and animals. Even the preparation by the last consumer are cooked or combined by other products designated for alimentary purposes.

Sauces

21039099

20%

NOM -051-SCFI-1994
NOM -139- SCFI- 1999
VAT 15%
VAT 15% except in case the product is designed to the alimentary sector, or those, which do not need and transformation or additional industrialization, are ingested by humans and animals. Even the preparation by the last consumer are cooked or combined by other products designated for alimentary purposes.

Instant soups (including Noodles and Fried Rice)

21041001

10%

NOM -051-SCFI-1994
- Health Authorization (To authorize for Human Consumption)
- VAT 15% except in case the product is designed to the alimentary sector, or those, which do not need and transformation or additional industrialization, are ingested by humans and animals. Even the preparation by the last consumer are cooked or combined by other products designated for alimentary purposes.

Wine, spirit

22042103

20%

- NOM – 142 – SSA1 – 1995
- It requires a quality certificate emitted by the State Department of the export country.
- Bottle can not be bigger than 0.750 Litre
- Must be label with the specification of the harvest year and the registration brand of the vineyard or the origin warehouse.
- It requires the description of the importer on the specific industrial sector.
- Require data of individual identification

  1. It must be written the complete name of the product.
  2. The name of the brand, sub-brand, type or maturity
  3. Year of harvest
  4. Number of bottles and the capacity
  5. Folio number of the label of each container
  6. Production number
  7. Gay Lussac Degrees proof
  8. Alcoholic degree

Beer

22030001

20%

- NOM – 142 – SSA1 – 1995
- Requires data of individual identification
- Product code of each can or printed on the bottle at the side
- Expired date

Jelly

35030001

10%

- SAGAPA Authorization
- Health Authorization (To authorize for Human Consumption)

 
หมายเหตุ:
- สำหรับสินค้าอาหารกระป๋อง ต้องมีใบรับรอง Free Sale Certificate, Sanitary Certificate และใบ Certificate of Food and Vegetable Quarantine (Pink form) จาก Department of Health ออกโดยหน่วยงานของรัฐ
- สำหรับผลไม้อบแห้ง หากเป็นมะละกออบแห้งใช้ Phytosanitary Certificate ของโรงงานก็ได้ แต่หากเป็นสับปะรดอบแห้ง หรือมะม่วงอบแห้งต้องใช้ Phytosanitary Certificate ของทางหน่วยงานราชการประเทศผู้ส่งออกเท่านั้น
- สำหรับสินค้าที่มีส่วนผสมน้ำตาลในอาหาร จะถูกเก็บภาษีนำเข้าเพิ่มในอัตรา 0.30%
- NOM-051-SCFI-1994 เป็นมาตรฐานว่าด้วยป้ายสลากสินค้า
- NOM-139-SCFI-1999 เป็นมาตรฐานที่ว่าด้วยป้ายสลากสินค้าอาหารที่มีส่วนผสมของวนิลา
- NOM-142-SSA1-1995 เป็นมาตรฐานว่าด้วยป้ายสลากสินค้าเครื่องดื่มมีแอลกอฮอล์

9. มาตรการราคาประเมินสินค้าขั้นต่ำ
วัตถุประสงค์ในการมีมาตรการ เพื่อป้องกันการสำแดงราคาสินค้าต่ำกว่าความเป็นจริง (Sub valuation) เพื่อหลีกเลี่ยงในการชำระภาษีนำเข้า โดยทำเอกสารให้มีราคาขายต่ำกว่าความเป็นจริง ก่อให้เกิดความเสียหายต่อรายได้ของรัฐ ทางการเม็กซิโกจึงได้กำหนดมาตรการราคาประเมินสินค้าขั้นต่ำสำหรับการจัดเก็บภาษีในสินค้านำเข้ากว่า 300 รายการ 
ผลกระทบจากมาตรการ ในกรณีที่ศุลกากรสงสัยด้านราคาสินค้า ผู้นำเข้าจะต้องมีภาระวางเงินค้ำประกันภาษีนำเข้า และต้องจัดเตรียมเอกสารรับรองราคาสินค้านำเข้าดังกล่าวจากประเทศผู้ส่งออกมาแสดง นับเป็นการสร้างความยุ่งยากต่อการค้าระหว่างประเทศ 
แนวทางปฏิบัติ ทางการเม็กซิโกจะกำหนดรายการสินค้าที่ต้องมีมาตรการราคาประเมินขั้นต่ำไว้เรียกว่า Reference Price หรือ Minimum Estimated Price ในสินค้ากว่า 300 รายการ อาทิ ข้าว สุรา เบียร์ ผ้าผืน เสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม รองเท้า เหล็ก เครื่องใช้ไฟฟ้า ไม้อัด แอปเปิล ข้าว เคมีภัณฑ์ ไม้ กระดาษ ของเล่น เครื่องมือฯลฯ ยกตัวอย่างเช่น

  1. รถยนต์ใช้แล้วจะกำหนดราคาของรถแต่ละรุ่นตามปีของยี่ห้อรถยนต์นั้น
  2. ปั๊มสำหรับตู้เย็น (H.S. code: 84185003) มีราคาประเมินขั้นต่ำ 123.76 เหรียญสหรัฐต่อชิ้น
  3. เส้น Pasta (H.S. code : 19021999) มีราคาประเมินขั้นต่ำ 0.57 – 0.72 เหรียญสหรัฐต่อกิโลกรัม
  4. รองเท้า(H.S. code :64011001 ) มีราคาประเมินขั้นต่ำ 29.645 เหรียญสหรัฐต่อคู่
  5. เครื่องดื่มเบียร์ (H.S. code :22030001) มีราคาประเมินขั้นต่ำ 0.65 เหรียญสหรัฐต่อลิตร
  6. กระดาษปอนด์ (H.S. code :48025501) มีราคาประเมินขั้นต่ำ 0.83 เหรียญสหรัฐต่อกิโลกรัม

อนึ่ง เมื่อเจ้าหน้าที่ศุลกากรเม็กซิโกสงสัยว่า การสำแดงราคาในสินค้ารายการที่มีการกำหนดราคาประเมินขั้นต่ำไว้ สินค้านั้นก็จะถูกระงับการตรวจปล่อยสินค้า แต่หากผู้นำเข้าต้องการนำสินค้าออกไปก่อน ผู้นำเข้าจะต้องวางเงินประกันหรือเอกสารธนาคารค้ำประกันเป็น Guarantee Custom Account เท่ากับจำนวนเงินภาษีที่แตกต่างของราคานั้นไว้กับศุลกากรเม็กซิโก โดยทางการเม็กซิโกจะเก็บเงินค้ำประกันนั้นไว้เป็นเวลา 6 เดือน ในระหว่างนี้ผู้นำเข้าจะต้องจัดหาหลักฐานของราคาสินค้าที่ได้สำแดงไว้มาพิสูจน์ต่อศุลกากรเม็กซิโกภายในเวลา 2 เดือน โดยเอกสาร Invoice ที่นำมาแสดงใหม่นี้จะต้องได้รับการรับรองโดยหน่วยงานที่ทางการเม็กซิโกเชื่อถือ อาทิ หอการค้า หรือสภาอุตสาหกรรมของประเทศผู้ส่งออกเป็นผู้ทำการรับรอง (Certify) และเอกสาร Invoice ดังกล่าวนั้นจะต้องแปลเป็นภาษาสเปนเพื่อนำมาแสดงและขอคืนเงินค้ำประกันต่อไป 
     
10. มาตรการการนำเข้าตัวอย่างสินค้า
วัตถุประสงค์ในการมีมาตรการ ตามมาตรการด้านมาตรฐานสินค้าของเม็กซิโก ทำให้ต้องมีการส่งตัวอย่างสินค้าไปทดสอบมาตรฐาน NOM ยังห้องทดสอบที่ทางการเม็กซิโกรับรองในเม็กซิโกก่อนการนำเข้าสินค้าจริง เมื่อผ่านการทดสอบมาตรฐานสินค้า NOM แล้ว ผู้นำเข้าจะต้องนำใบผ่านการทดสอบ NOM Certificate ที่จะระบุตรายี่ห้อ ชิ้น รุ่นของสินค้า และคำอธิบายต่างๆ นำไปแสดงต่อศุลกากรในการผ่านพิธีการศุลกากร
ผลกระทบจากมาตรการ ในบางกรณีที่ผู้นำเข้าขอตัวอย่างสินค้าจากผู้ส่งออก แต่ผู้ส่งออกอาจไม่เข้าใจกฎระเบียบของทางการเม็กซิโกและเห็นว่าเป็นการขอตัวอย่างโดยไม่ชำระเงิน ซึ่งในทางปฏิบัติผู้นำเข้าก็จะต้องเสียค่าใช้จ่ายในการทดสอบสินค้าเช่นกัน ซึ่งก่อให้เกิดความเบื่อหน่ายในการทำการค้าระหว่างกัน นอกจากนี้ในบางครั้งการนำเข้าตัวอย่างไปทดสอบมาตรฐาน NOM จะใช้เวลานานเป็นเดือนกว่าจะทราบผล ทำให้การสั่งซื้อสินค้าเกิดความล่าช้า
แนวทางปฏิบัติ โดยทั่วไปผู้นำเข้าสามารถนำเข้าตัวอย่างสินค้าได้โดยไม่ต้องมีเอกสารกำกับใดๆ มาก นอกจากใบกำกับสินค้า (Invoice) ที่ต้องระบุข้อความว่า SAMPLE WITH NO COMMERCIAL VALUE และที่ตัวสินค้าต้องเขียนว่า SAMPLE WITH NO COMMERCIAL VALUE อย่างไรก็ตามในการนำเข้าตัวอย่างสินค้ามายังเม็กซิโกไม่สามารถนำเข้ามาได้เป็นจำนวนมาก โดยบางประเภทสินค้าจะถูกจำกัดปริมาณการนำเข้า อาทิ เหล้าถูกจำกัดให้นำเข้าตัวอย่างได้ไม่เกิน 3 ขวด น้ำหอมให้นำเข้าตัวอย่างได้ไม่เกิน 200 มิลลิลิตร เป็นต้น
สำหรับกรณีนำเข้าตัวอย่างสินค้าเพื่อนำไปทำการตรวจสอบมาตรฐาน NOM Certificate นั้นโดยทั่วไปผู้นำเข้าจะขอให้ผู้ส่งออกส่งตัวอย่าง ดังนี้

  1. สินค้าอีเล็กทรอนิกส์  

- ตัวอย่าง 1 ชิ้น (ถ้าเป็นหลอดไฟฟ้า Halogen ให้ส่งตัวอย่างมาจำนวน 3 หลอด)
- ข้อมูลระบบภายใน Schematic Diagram
- คู่มือการใช้งานต้นฉบับ และที่แปลเป็นภาษาสเปน
- โดยเฉลี่ยระยะเวลาในการในการตรวจสอบสินค้าราว 35 วัน

  1. สินค้าเซรามิคและ Porcelain อาทิ จาน ถ้วยกาแฟ

- ตัวอย่าง 6 ชิ้นต่อแบบต่อสี
- ตัวอย่าง 1 ชุดถ้าเป็นชุดจานรับประทานอาหาร
- โดยเฉลี่ยระยะเวลาในการในการตรวจสอบสินค้าราว 35 วัน

  1. สินค้าของเล่น และของใช้ในสำนักงานฯ

- ตัวอย่าง 1 ชิ้นต่อแบบต่อสี
- โดยเฉลี่ยระยะเวลาในการในการตรวจสอบสินค้าราว 35 วัน

  1. สินค้าที่ใช้กับแก๊สหุงต้ม

- ตัวอย่าง 1 ชิ้น
- ระยะเวลาในการในการตรวจสอบขึ้นอยู่กับชนิดสินค้า

  1. สินค้าขนมขบเคี้ยวจำพวกคุ๊กกี้และช็อกโกแล็ต

- ตัวอย่าง 500 กรัมต่อชนิด
- ระยะเวลาในการในการตรวจสอบขึ้นอยู่กับชนิดสินค้า

  1. สินค้าหลอดไฟฟ้า Halogen Lamps

- ตัวอย่าง 3 ชิ้น
- ระยะเวลาในการในการตรวจสอบขึ้นอยู่กับชนิดสินค้า

  1. สินค้าหลอดไฟฟ้า Incandescent และหลอด Fluorecent

- ตัวอย่าง 5 ชิ้น
- ระยะเวลาในการในการตรวจสอบขึ้นอยู่กับชนิดสินค้า
หมายเหตุ: สำหรับตัวอย่างสินค้าเพื่อใช้แสดงในงานแสดงสินค้าจะแตกต่างจากการนำเข้าตัวอย่างทั่วไป โดยจะต้องปฏิบัติเช่นเดียวกับการนำเข้าสินค้าปกติ แต่เพื่อความสะดวกอาจให้มีหนังสือรับรองของทางราชการมาแสดงประกอบในการผ่านพิธีการนำเข้าสินค้าก็จะสามารถช่วยให้การผ่านพิธีการศุลกากรสะดวกขึ้นกว่าขั้นตอนปกติ

11. มาตรการป้ายสลากสินค้า
วัตถุประสงค์ในการมีมาตรการ เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคให้ได้รับข้อมูลสินค้าที่ถูกต้องก่อนตัดสินใจซื้อสินค้า อาทิ ข้อมูลวันหมดอายุ, ส่วนประกอบ, ข้อบ่งใช้, ข้อควรระมัดระวัง และชื่อที่อยู่ผู้ค้า เป็นต้น
ผลกระทบจากมาตรการ เม็กซิโกกำหนดให้สินค้านำเข้าจะต้องปิดสลากเป็นภาษาสเปน และต้องระบุข้อมูลรายละเอียดป้านสลากตามมาตรฐาน NOM ก่อนนำสินค้าไปผ่านพิธีการศุลกากร ซึ่งถือเป็นข้อจำกัดทางการค้า โดยผู้ส่งออกจะต้องจัดทำป้ายสลากจากประเทศผู้ส่งออกติดตัวสินค้าพร้อมเพื่อการขายปลีกให้เรียบร้อย หากไม่ได้ติดป้ายสลากให้เรียบร้อยสินค้าจะถูกกักไว้ที่ด่านศุลกากร และผู้นำเข้าจะต้องเสียค่าใช้จ่ายจัดจ้างแรงงานมาติดป้ายสลากให้เรียบร้อย ซึ่งมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง
แนวทางปฏิบัติ การปิดป้ายฉลากสินค้าตามมาตรฐาน NOMs ในแต่ละสินค้าจะแตกต่างกัน อาทิ เครื่องใช้ไฟฟ้า อาหาร เครื่องสำอาง จะต้องมีการติดป้ายฉลากที่มีข้อความเป็นภาษาสเปน โดยการปิดป้ายสลากจะต้องปิดป้ายที่ตัวสินค้าก่อนที่สินค้าจะเข้าประเทศเม็กซิโก อาทิ 

  1. สินค้าอาหาร
  2. ข้อกำหนดป้ายสลากสินค้าตามมาตรฐาน NOM - 051-SCFI-1994 ได้แก่
    1. ระบุ Nutrition facts
    2. ระบุ Ingredient
    3. ขนาดการรับประทาน Serving
    4. ส่วนผสมของสารปรุงแต่ง
    5. คำเตือนสำหรับผู้บริโภค
    6. ขนาดสินค้า อาทิ น้ำหนักสินค้า
    7. วันที่ผลิตและวันหมดอายุ
    8. Country of Origin อาทิ Made in…., Product of…….., Manufactured in…………
    9. สถานที่ติดต่อของผู้นำเข้า
    10. การหลีกเลี่ยงการใช้คำพูดเกินจริง อาทิ genuineness, healthfulness, sanitation
    11. Product Lot Number
  3. สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอีเล็กทรอนิกส์
  4. ข้อกำหนดป้ายสลากสินค้าตามมาตรฐาน NOM - 024-SCFI-1998 ได้แก่
    1. ระบุวิธีการบ่งใช้
    2. ระบุการดูแลเครื่องใช้ไฟฟ้า
    3. ชื่อที่อยู่ของผู้นำเข้า
    4. แหล่งกำเนิดสินค้า
    5. คุณสมบัติของเครื่องใช้ไฟฟ้า อาทิ volts, watts
    6. ยี่ห้อและ Model Number สินค้า
    7. ข้อควรระวัง
    8. การรับประกัน

 

12. มาตรการขั้นตอนการผ่านพิธีการศุลกากร
วัตถุประสงค์ของมาตรการ เพื่อให้การนำเข้าเป็นไปอย่างถูกต้อง และป้องกันการคอรัปชั่นในการผ่านพิธีการศุลกากร
ผลกระทบจากมาตรการ ขั้นตอนในการออกของของประเทศเม็กซิโกค่อนข้างยุ่งยาก ตัวแทน Custom Broker ต้องมีความชำนาญอย่างแท้จริง เพราะหากนำสินค้าไปแสดงที่ด่านศุลกากรแล้ว ไม่สามารถผ่านพิธีการศุลกากรได้ ความยุ่งยากจะตามมาอย่างมาก ถือได้ว่า Custom Broker มีโอกาสเพียงครั้งเดียว เพราะหากไม่ผ่านการตรวจปล่อย ศุลกากรเม็กซิโกจะถือว่าสินค้านำเข้านั้นได้มีการกระทำผิดกฏระเบียบแล้ว
 แนวทางปฏิบัติ ขั้นตอนในการผ่านพิธีการศุลกากร มี ดังนี้
- Custom Broker ที่จะทำพิธีการศุลกากรต้องเป็นนายหน้าที่จดทะเบียนเท่านั้น
- Custom Broker จะต้องตรวจเอกสารข้อมูลในใบกำกับสินค้าให้ครบถ้วน
- Custom Broker จะเปิดตรวจดูสินค้าในตู้สินค้าให้ตรงกับรายการในใบกำกับสินค้าก่อนนำไปผ่านพิธีการศุลกากร โดยตรวจดูว่า มีสินค้าต้องห้ามหรือไม่, บรรจุภัณฑ์ถูกต้องหรือไม่, ป้ายสลากสินค้าถูกต้องหรือไม่ ทั้งนี้หากเอกสารไม่ถูกต้องครบถ้วน สินค้าไม่ตรงตามเอกสารและรายการสินค้า จะมีผลให้สินค้าอาจถูกริบ ถูกส่งกลับ หรือถูกเรียกให้ชำระค่าปรับได้
- Custom Broker จะต้องแปลรายละเอียดในใบกำกับสินค้าทั้งหมดเป็นภาษาสเปน
- เมื่อแน่ใจว่าข้อมูลในใบกำกับครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว Custom Broker จะทำการชำระภาษีนำเข้ากับศุลกากรก่อนนำไปผ่านพิธีการศุลกากร
- Custom Broker จะนำสินค้าไปผ่านพิธีการศุลกากรจำนวน 2 ด่านโดยด่านแรกดำเนินการโดยเจ้าหน้าที่ศุลกากร หากสินค้าไม่เป็นสินค้าที่อยู่ในข่ายควบคุม หรือต้องมีมาตรฐาน NOM ก็จะไม่ถูกเรียกตรวจ แต่จะให้ Custom Broker ไปสุ่มกดปุ่มสัญญาไฟฟ้า หากกดแล้วเป็นสัญญาณสีแดงสินค้าจะถูกเปิดตรวจ แต่หากเป็นสีเขียวสินค้าก็จะผ่านด่านนี้ไปได้
- จากนั้นสินค้าถูกนำไปผ่านด่านที่สอง ซึ่งดำเนินการโดยเจ้าหน้าที่จากส่วนกลางที่ต้องการป้องกันการคอรัปชั่นของด่านแรก โดยจะใช้ระบบเดียวกันกับด่านแรก หากสินค้าผ่านทั้งสองด่านแล้วก็สามารถนำเข้ามาในประเทศเม็กซิโกได้

สรุป การออกมาตรการการกีดกันทางการค้าที่มิใช่ภาษีต่างๆ ของเม็กซิโกนั้น นับว่าสร้างภาระให้กับผู้นำเข้าเม็กซิกันอย่างมาก ความผิดพลาดเล็กน้อยสามารถสร้างปัญหาอย่างใหญ่โตให้กับผู้นำเข้า จากประสบการณ์ของสำนักงานฯ พบว่า การนำเข้าเสื้อผ้าสำเร็จรูปจากไทยเพียง 200 ชิ้นแต่ไม่มีเอกสารแหล่งกำเนิดสินค้า ANEXO III มาแสดง สามารถสร้างความเสียหายให้แก่ผู้นำเข้าต้องถูกเรียกร้องค่าปรับถึงกว่าล้านบาท บางกรณีในการส่งออกข้าวจากไทยไปยังเม็กซิโกต้องถูกมาตรการด้านสุขอนามัยให้รมควันข้าวถึงสองครั้ง และจะต้องรมควันให้ถูกต้องตามที่ทางการเม็กซิโกกำหนด อาทิเช่น ในระหว่างที่ทำการรมควันมีอุณหภูมิเท่าไร และควรใช้สารเคมีในความหนาแน่นเท่าไร ซึ่งข้อกีดกันทางการค้าที่มิใช่ภาษีเหล่านี้ หากไม่ได้รับความสนใจจะสร้างภาระปัญหาแก่ผู้ส่งออกอย่างมาก ดังนั้นการตระเตรียมการด้านต่างๆ และการเตรียมเอกสารประกอบการส่งออกที่ถูกต้อง ตลอดจนการติดตามสอบถามมาตรการจากผู้นำเข้าอยู่เสมอ จะช่วยให้การส่งสินค้าออกจากไทยไปประเทศเม็กซิโกเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และลดปัญหาการโต้แย้งทางการค้ากับผู้นำเข้าต่อไป 

…………………………………….
สคต. ณ กรุงเม็กซิโก
23 มกราคม 2551

 

 

หมายเหตุ : ข้อมูลในรายงานฉบับนี้รวบรวมมาจากแหล่งข้อมูลเดิมในรายงานของสำนักงานฯ, web –site และจากการสอบถามผู้นำเข้าทั่วไป ซึ่งต้องมีการปรับปรุงให้ทันสมัยอยู่เสมอกับระยะเวลาที่เปลี่ยนไป ดังนั้นผู้ส่งออกไทยจะต้องคอยติดตามความเคลื่อนไหวของมาตรการที่มิใช่ภาษีของเม็กซิโก โดยสอบถามจากผู้นำเข้าอยู่เสมอ